การขายของทางอีเบย์ทำได้อย่างไรการขายของทางอีเบย์ทำได้อย่างไร

การขายของทางอีเบย์ทำได้อย่างไร

                ตลาดอีเบย์เป็นตลาดที่ใหญ่ ทุกวันมีของจำนวนมากที่ถูกแลกเปลี่ยนซื้อขายผ่านทางอีเบย์ นั่นก็หมายถึงปริมาณเงินจำนวนมหาศาลที่คุณสามารถหาได้จากการขายของบนอีเบย์ และแม้จะมีสินค้ามากมายหลากหลายที่ขายผ่านทางอีเบย์ ด้วยความใหญ่ของอีเบย์มันก็ยังมีช่องทางอีกมากที่คุณสามารถทำเงินได้จากมัน ไม่ว่าคุณอยากจะลองขายเต็มตัวแบบมืออาชีพ หรือ อยากจะลองขายเล่นๆสนุกๆแบบงานชั่วคราว

                แล้วคุณจะหาสินค้ามาจากไหน ? จะเริ่มอย่างไร? การหาของมาขายบนอีเบย์ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ ถ้าคุณคิดจะเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องวิ่งเข้าไปหาสินค้าตามร้านมาขาย ให้เริ่มมองหาของใกล้ตัว เช่น เสื้อผ้า, ซีดี, หนังสือ, นิตยสาร, เครื่องประดับ ที่อาจจะไม่ใช้แล้ว หรือถ้าไม่แน่ใจว่าอะไรจะขายได้บ้าง ก็ลองไปที่เว็ปไซท์ของอีเบย์แล้วลองค้นหาดูสิครับว่าอะไรที่คุณมีอยู่ในบ้างแล้วพอจะขายได้บ้าง การลองหาของที่มีอยู่แล้วในบ้าน จะช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการขายและช่วยลดโอกาสการขาดทุน

                เมื่อคุณเริ่มมีประสบการณ์การขายของบนอีเบย์แล้ว หากต้องการยกระดับการขายให้เป็นเชิงธุรกิจ คุณต้องมองหาสินค้าที่จะมาขาย แน่นอนว่า คุณจะขายอะไรก็ได้ แต่ถ้าคุณที่จะต้องการสร้างแบรนด์ให้กับธุรกิจของคุณ คุณควรจะต้องเลือกหาสินค้าที่เฉพาะเจาะจงแล้วเลือกขายสินค้าในกลุ่มนั้นๆ

                การเลือกหาสินค้าที่จะมาขายนั้นเป็นเรื่องสำคัญ คุณควรจะเลือกหาสินค้าที่กำลังเป็นที่สนใจของผู้ซื้อบนอีเบย์ อย่าสักแต่ว่าหาสินค้ามาวางขาย ไม่งั้นจะขาดทุนนะครับ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรละว่า อะไรกำลังเป็นที่นิยม วิธีง่ายๆก็ลองค้นบนอีเบย์นั่นแหละครับ ลองดูว่าอะไรที่ขายได้เร็วมีคนประมูลเยอะและดูว่ามันขายได้ราคาเท่าไร

                ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าคุณอยากจะลองขาย เกมส์คอมพิวเตอร์ มีเกมส์คอมพิวเตอร์เป็นร้อยที่ขายบนอีเบย์ แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าอันไหนที่จะขายได้ คุณอาจจะขาดทุนกับการซื้อเกมส์ที่ผิดมาขาย การค้นหาในมุมมองของผู้ซื้อจะช่วยลดโอกาสการขาดทุนและสร้างกำไรให้มากที่สุด

                เมื่อคุณตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายอะไรได้แล้ว ขั้นต่อไปการหาสินค้า คุณมีวิธีหาสินค้าได้สองวิธี คือ หาสินค้ามากสต็อกเอาไว้แล้วค่อยๆขายออกไป หรือ หาอาจจะใช้วิธีจับแพะชนแกะหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกันว่า ดร็อปชิปปิ้ง (Drop Shipping) เช่น คุณอาจจะไปเอารูปภาพหรือข้อมูลสินค้าจากเว็ปไซท์ที่อื่นที่ขายของในราคาที่ถูกกว่าแล้วนำมาขายบนอีเบย์  ซึ่งทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับถนัดของคุณ
ข้อดีของการทำดรอปชิปปิ้งคือ เราไม่ต้องสต็อกสินค้าเอง เราจะจ่ายเงินค่าซื้อสินค้าก็ต่อเมือมีคนมาซื้อสินค้าไปจากเรา แต่อาจจะต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิกให้กับบริษัทที่จัดทำดรอปชิปปิ้ง หรือ ถ้าคุณเลือกที่จะซื้อสินค้ามาสต็อกไว้ขายเอง คุณจำเป็นต้องมีเงินทุนก้อนหนึ่งที่จะซื้อสินค้าเก็บไว้

                แล้วจะรู้ได้อย่างไรหาผู้ขายสินค้าได้อย่างไร? วิธีหนึ่งก็คือให้ดูที่ตัวสินค้าเอง หลายๆครั้งที่หีบห่อสินค้าจะบอกว่าใครเป็นผู้ผลิต เมื่อทราบผู้ผลิตแล้วเราก็สามารถติดต่อผู้ผลิตได้ผ่านทางเว็ปไซต์ของผู้ผลิต หรืออาจจะใช้กูเกิลนี่แหละครับ เป็นเครื่องช่วยหาว่าใครขายอะไร

                การสะสมแต้มและการได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อเป็นเรื่องที่สำคัญอีกอย่างสำหรับการขายของบนอีเบย์ ยิ่งได้คะแนนสะสมสูงยิ่งดีครับเพราะจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อ อีเบย์มีการจัดสถานะของผู้ขายอย่างเป็นระบบ ระดับแรกคือระดับทองแดง การได้สถานะระดับนี้อาจจะง่ายกว่าที่คุณคิด ระดับสูงสุดของผู้ขายคือระดับเพาเวอร์เซลเลอร์(Powerseller)

                ผู้ขายหลายคนเปิดร้านขายของบนอีเบย์ แต่ถ้าคุณเพิ่งกำลังเริ่มธุรกิจมันอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นอันดับแรกเมื่อกำลังเริ่มต้น ซึ่งทางที่ดีแล้วมันอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำถ้าคุณรอสักนิดใหมีสินค้าอยู่ในมือพอสมควร ไม่งั้นร้านก็อาจจะดูว่างๆ

                สุดท้ายก็เป็นเรื่องของราคา ให้คิดสักนิด ถ้าคุณขายสินค้าที่มีราคาประมาณ $5 - $10 เหรียญ แม้คุณขายได้เป็นร้อยชิ้น ผลกำไรก็อาจจะไม่เท่ากับถ้าคุณขายของราคาประมาณ $50 - $100 เหรียญได้เพียงไม่กี่สิบชิ้น แต่ก็อย่าเลือกขายสินค้าที่มีราคาแพงเพราะคิดว่าคุณจะกำไรเยอะ ให้เลือกขายสินค้าที่คุณคิดว่าคุณมีโอกาสที่จะสำเร็จได้มากที่สุด และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ความอดทนและความพยายาม บางครั้งมันอาจจะต้องใช้เวลาค้นหาและทำความเข้าใจกับธุรกิจ ขอให้อย่าย่อท้อและสนุกกับขายของบนอีเบย์นะครับ

 

การขายของทางอีเบย์ทำได้อย่างไร

 Sponsored Links :
 

 
Sponsored Links :